พอล สโคลส์  เกิดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 1974 (47ปี) เกิดที่เมือง ซัลฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลฝึกหัดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1991

เมื่อกล่าวถึงนักเตะกองกลางร่างเล็ก ก็จะต้องนึกถึง  “พอล สโคลส์” และก็มักจะได้ยินว่ามีผู้คนมากมายได้กล่าวถึงในลักษณะไปในทางชื่นชมเสมอ จนอาจจะทำให้ใครอีกหลายคนบอกว่าเขาถูกอวยเกินไปหรือเปล่า  อวยเกินกว่าสิ่งที่เขาเป็น แต่ก็ไม่สำคัญ เพราะยังมีเหล่ายอดกองกลางระดับโลกที่เล่นร่วมยุคเดียวกันกับเขา ต่างก็พูดไปแนวทางเดียวกันว่า เขาคือกองกลางที่ดีที่สุดที่พวกเขาเคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะระดับโลกอย่าง ซีดาน, ดาวิดส์, โรนัลดินโญ่ หรือแม้แต่คู่แข่งในลีกเดียวกันที่ขับเคี่ยวปะทะกันมาตลอดอย่างยาวนานอย่างปาทริค วิเอร่าของไอ้ปืนโต อาร์เซนอล โดยเฉพาะบรรดากองกลางเหล่าเวิร์ลด์คลาสที่มาจากรั้ว ลามาเซีย ก็ยิ่งแล้วไปใหญ่ เพราะถึงแม้ว่าจะมีนักข่าวเอาเขาไปเปรียบเทียบว่าเป็น อันเดรส อิเนียสต้า แห่งเกาะอังกฤษ แต่ในทางกลับกันทั้งซาบี้, อิเนียสต้าหรือแม้กระทั่งลีโอเนล เมสซี่ ก็ยังออกมายกย่องให้เขาว่านี่แหละคือกองกลางที่นักเตะในลามาเซีย ยังใช้เป็นต้นแบบในการเล่นอีกด้วย

เคยมีครั้งหนึ่ง มีนักข่าวไปถาม ซีเนดีน ซีดาน ว่ารู้สึกยังไงกับการเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลก เขาได้แต่ตอบกลับนักข่าวไปว่า “ผมไม่รู้หรอก พวกคุณต้องไปถามพอล สโคลส์เอาเอง”

ไม่ว่ามีใครที่จะมองและหรือจะมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับชายผู้นี้ แต่เชื่อเถอะว่าสำหรับแฟนบอลปีศาจแดงแล้ว เขาคือกองกลาง เป็นผู้ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรอย่างมากมาย ในระดับที่สามารถเรียกว่าได้เลยว่า  เขาคือ ตำนาน ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ที่สำคัญไปกว่าฝีเท้าและผลงานในสนามก็คือ เขาเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อสโมสรเพียงแห่งเดียว คือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั่นเอง

 

จุดเริ่มต้นของเด็กชายตัวเล็กที่ชื่อพอล สโคลส์

พอล สโคลส์ ได้เดินเข้ามาสู่ความเป็น “ปีศาจแดง” ด้วยการเข้ามาร่วมทดสอบฝีเท้าตั้งแต่อายุยังน้อย  เพียงแค่ 13 ปีเท่านั้นเอง  ซึ่ง ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ยังยอมรับเองเลยว่า ครั้งแรกที่ได้เห็นเด็กคนนั้น เขายังคิดเลยว่าเจ้าหนูสโคลส์นั้น ตัวเล็กเกินไป  ตัวเล็กเกินกว่าที่จะเล่นฟุตบอลได้ แต่ทันทีที่เห็นเขาได้ลงไปเล่นกับลูกบอลในสนาม ทำให้ความคิดเหล่านั้นก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง  และทำให้ชื่อของเด็กคนนั้นก็ได้ผ่านการทดสอบเข้าสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนของทีม

พอล สโคลส์ ได้ใช้เวลาฝึกซ้อมอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนของปีศาจแดง 6 ปีด้วยกัน ก่อนที่จะถูกผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในวัย 19 ปี พร้อมเพื่อนร่วมรุ่น “คลาส ออฟ 92” ที่โด่งดังของยูไนเต็ด และนับจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ได้กลายมาเป็นหัวใจหลักในแผงมิดฟิลด์ของทีม ผีแดง ในยุคที่รุ่งเรืองของท่านเซอร์ เฟอร์กูสันตลอดมา  ไม่ว่าเขาจะได้รับบทบาทให้เป็นอะไร แบบไหนที่ได้รับมอบหมายมาจากนายใหญ่  เขาจะทำเต็มที และเขาก็ทำให้นายใหญ่พอใจได้อยู่เสมอ ไม่ว่าเขาจะได้เล่นเป็นคู่มิดฟิลด์ตัวกลางกับกัปตันทีมพันธุ์โหดอย่าง “รอย คีน” หรือการได้ขึ้นไปเล่นหน้าต่ำในแผน 4-5-1 เขาก็ไม่เคยทำให้นายใหญ่ผิดหวังเลย ถึงแม้ว่าตัวของเขาจะเล็กแต่เขาก็ชดเชยมันด้วยการมุ่งมั่นและการทุ่มเทกับเกม และการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยมทั้งบอลสั้นและบอลยาว สร้างสรรค์เกมม ให้ไหลลื่นกับแดนกลางผีแดงได้เป็นอย่างดี และแถมยังมีทีเด็ดในการทำประตูได้อีก จากการยิงได้ทั้งระยะใกล้และไกลอีกด้วย

สิ่งที่ต้องจารึกชื่อของ พอล สโคลส์ ในฐานะตำนานกองกลางผีแดง

ตลอดเส้นทางชีวิตในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ของพอล สโคลส์ กองกลางร่างเล็กนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความสำเร็จส่วนตัวใด ๆ มากเกินไปกว่าผู้เล่นยอดเยี่ยมอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น และก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นโด่งดังเหมือนเพื่อนร่วมทีมอย่าง “เดวิด เบ็คแฮม” นั่นก็เพราะความว่าเขามีลักษณะนิสัยเรียบง่ายพูดน้อย และไม่ชอบทำตัวโดดเด่นตามหน้าสื่อนั่นเอง แต่หากเป็นการลงสนามและได้ทำงานอย่างหนักเพื่อผลงานที่ดีของทีมแล้ว เขาก็ไม่เคยที่จะลดความทุ่มเทของตัวเองลงแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นความสำเร็จของชีวิตนักฟุตบอลของเขาที่เป็นของตัวเองไม่ค่อยมี  เพราะส่วนใหญ่จะเป็นความสำเร็จที่ได้มาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมซะมากกว่า

โดยตลอดระยะเวลา 19 ปีที่เขาจงรักภักดีและอยู่กับสโมสร (ประกาศเลิกเล่นไปครั้งหนึ่ง ก่อนกลับมาช่วยท่านเซอร์อีกหนึ่งฤดูกาล) เขาได้กลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นมากที่สุดเป็นสถิติอันดับ 3  ตลอดกาลของสโมสร ที่ 718 นัด รองจากไรอัน กิ๊กส์และบ็อบบี้ ชาร์ลตัน ซึ่งจำนวนที่ได้ลงสนามทั้งหมดของเขานั้นล้วนเรียกว่าอยู่ในยุครุ่งเรืองของปีศาจแดง และเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันจริงๆ นั่นจึงทำให้ความสำเร็จในรูปแบบของถ้วยรางวัลมากมายขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยตลอดเส้นทางอาชีพเขาคว้าถ้วยรางวัลมาทั้งหมดคือ พรีเมียร์ลีก 11 สมัย เอฟเอคัพ 3 สมัย ลีกคัพ 2 สมัย แชริตี้ ชิลด์ 5 สมัย ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก 2 สมัย และแชมป์สโมสรโลกอีก 2 สมัย จากความสำเร็จอันมากมายเหล่านี้ทำให้เขา ได้ถูกยกขึ้นให้ไปเป็นหนึ่งในตำนานของโรงละครแห่งความฝัน ซึ่งยากนักที่จะมีนักเตะรุ่นหลังก้าวขึ้นถึงสถิติระดับนั้นได้

และนี่คือผลงานที่เกิดขึ้น ที่ทำให้ผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นกับฟุตบอล โดยใช้ผลงานในสนาม เป็นคำตอบแทนคำพูด เพื่อตอบโต้เสียงวิจารณ์ และยังได้สร้างตำนานอีกมากมายบนเส้นทางอาชีพในแบบของตัวเขาเอง และได้กลายเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมอาชีพ และแฟนบอลทั่วโลกซึ่งจะจดจำเขาในแบบที่เขาเป็นไปอีกนานเท่านาน

เรื่องราวของพอล สโคลส์ เกิดขึ้นมาจากการเป็นเด็กปั้นและเติมโตมากับ ยูไนเต็ดและก็จบลงด้วยการเป็นตำนานแห่งยูไนเต็ดอย่างแท้จริง  และไม่ว่าสิ่งที่ผู้คนได้กล่าวถึงเขาจะเป็นความจริงหรือเป็นการอวยเกินกว่าที่เขาเป็น แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องจริงก็คือ คำพูดต่างๆเหล่านั้น มันไม่เคยได้ออกมาจากปากของตัวเขาเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่เหล่านักเตะที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดกองกลางของโลก ที่ยกย่องให้เขาได้เป็นกองกลางที่ดีเหนือกว่าตน และนั่นจึงทำให้เขาได้ชื่อว่า “เป็นสุดยอดกองกลาง ในสายตาของสุดยอดกองกลางระดับโลก” อย่างแท้จริง