คนไทยคนแรก ‘ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร’ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

เปิดประวัติ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร หนึ่งในนักฟุตบอลที่แฟนบอลชาวไทยต่างพูดถึงกันมากที่สุด ในขณะนี้ และเหล่าบรรดาแฟนบอลไทยหลายคนก็ยังมั่นใจว่านี่จะเป็นการยกระดับผู้เล่นไทยคนอื่น ๆ ตามไปด้วยอย่างแน่นอน

ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะทัพ “ช้างศึกวัย” 21 ปี ของสโมสรเลสเตอร์ฯ ซึ่งเป็นนักฟุตบอลชาวไทยคนแรกที่ได้มีชื่อในศึกพรีเมียร์ลีก หลังจากที่ได้เป็นตัวสำรองในเกมที่ เลสเตอร์ พบกับ แมนฯ ซิตี้ ไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา

ธนวัฒน์ ซึ้งถาวรจิต มีชื่อเล่นว่า “กัน” เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2543  ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง“กัน” ธนวัฒน์ เป็นนักฟุตบอลที่มีสายเลือดไทยแท้ ๆ โดยทั้งคุณพ่อและคุณแม่ได้เป็นคนไทย  ซึ่ง “กัน” ธนวัฒน์ นั้นได้มีความชื่นชอบกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่จะย้ายตามคุณแม่ไปใช้ชีวิตที่ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ “กัน” ธนวัฒน์ อายุเพียง 6 ขวบ เมื่อย้ายไปที่ประเทศฝรั่งเศสแล้ว ด้วยใจที่ “กัน” ธนวัฒน์ ได้ชื่นชอบในการเล่นฟุตบอล ทำให้ “กัน” ธนวัฒน์ ก็ได้เข้าไปเป็นนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนของทีมในเมืองที่อาศัยอยู่  AS Neunkirch และได้ใช้เวลาในการฝึกฝนฟุตบอลอยู่กับทีมเป็นระยะเวลากว่า 7 ปี  ก่อนที่ฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นของจะไปเข้าตาแมวมองของสโมสร น็องซี่ ทีมดังในประเทศฝรั่งเศส และทำให้เขาได้รับโอกาสเข้าไปสู่อะคาเดมี่ เมื่อตอนที่เขาอายุ 13 ปี และได้ฝึกฝนฝึกซ้อมฟุตบอล เป็นระยะเวลา 4 ปี  จนเขาอายุได้ 17 ปี ก็ถูกดันขึ้นมาเล่นให้กับทีมน็องซี่ ในชุดยู-19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกัน ก็มีนักเตะรุ่นพี่สายเลือดไทยที่อยู่กับ น็องซี่ เช่นกัน นั่นคือผู้รักษาประตู นนท์ ม่วงงาม ซึ่งปัจจุบันได้ทำหน้าที่เฝ้าเสาให้กับ สโมสร เชียงใหม่ เอฟซี ในศึกไทยลีก 2

โดยตำแหน่งและสไตล์การเล่นของ “กัน” ธนวัฒน์ ที่สามารถเล่นฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในจังหวะไปกับลูกบอล และการเปิดบอล รวมไปถึงจังหวะที่จ่ายบอลที่ดูจะเคลื่อนไหวได้อย่างยอดเยี่ยม “กัน” ธนวัฒน์ เป็นกองกลางตัวรุกที่ได้ถนัดเท้าขวา โดยมี อันเดรส อิเนียสต้า ตำนานมิดฟิลด์ของทีมชาติสเปน เป็นไอดอล ทำให้ “กัน” ธนวัฒน์ สามารถพัฒนาฝีเท้าของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว บวกกับทัศนะคติในการเล่นกีฬาฟุตบอล อยู่ที่การจ่ายบอล ความคล่องแคล่ว รวมทั้งมีบุคลิกความเป็นผู้นำ ทำให้“กัน” ธนวัฒน์ ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเยาวชนของ สโมสรน็องซี่ด้วย กับฟอร์มในการเล่นที่โดดเด่นและวินัยจากการอบรมสั่งสอนแบบคนไทย ทำให้“กัน” ธนวัฒน์ ได้พัฒนาความสามารถในการเล่นฟุตบอลของตัวเอง ประกอบกับการมาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาได้ถือสัญชาติฝรั่งเศส ควบคู่ไปกับสัญชาติไทย จึงทำให้ “กัน” ธนวัฒน์ ได้ถูกเรียกตัวให้ไปติดธงชาติฝรั่งเศส และได้ลงสนามให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ในชุดยู-16 และ ยู-17 มาแล้ว จนกระทั่งปี 2564 “กัน” ธนวัฒน์ หมดสัญญากับทีมน็องซี่ ซึ่งจริง ๆ แล้วสโมสรต้องการที่จะต่อสัญญากับเขาออกไปอีก แต่เป็นสัญญาในลักษณะผู้เล่นเยาวชน ไม่ใช่สัญญาของนักเตะอาชีพ ทำให้ “กัน” ธนวัฒน์ ตัดสินใจที่จะโบกมือลาจากทีม น็องซี่ ก่อนจะเป็นทีม “จิ้งจอกสยาม” สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้มอบสัญญานักเตะอาชีพให้เจ้าตัวเป็นฉบับแรกของชีวิตค้าแข้ง  ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้ติดต่อทาบทามกันมาเป็นระยะแล้ว โดยนอกจาก สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ก็ยังมีทีมอื่นที่ให้ความสนใจเหมือนกัน อย่างเช่น ทีมโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค สโมสรดังแห่ง ศึกบุนเดสลีกา ที่ให้ความสนใจในฝีเท้าของเจ้ากันอยู่ด้วยเช่นกัน แต่ในที่สุด “กัน” ธนวัฒน์ ก็ได้ตกลงปลงใจ จรดปากกาเซ็นย้ายมาสวมยูนิฟอร์มของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และสร้างผลงานได้ประทับใจเหล่าสตาฟโค้ชทีมเยาวชน โดยได้ลงสนามให้กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ลุยในศึกพรีเมียร์ลีก 2 ซึ่งเป็นลีกของทีม ชุดยู-23 รวมทั้งศึกอีเอฟแอล คัพ ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลถ้วยของทีม ชุดยู-21 ของสโมสรต่าง ๆ ในประเทศอังกฤษ

“กัน” ธนวัฒน์ ได้สร้างชื่อและกลายเป็นที่พูดถึงหลังจากได้ระเบิดฟอร์มในเกมที่ได้พบกับ สโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด ชุดยู-23 เมื่อเดือนมกราคม 2564 ซึ่งในเกมนั้น สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ชุดยู-23 สามารถต้อนเอาชนะไปได้ 4-2 ประตู และ “กัน” ธนวัฒน์ จัดการซัดคนเดียวไปถึง 2 ประตู  และด้วยฝีเท้าที่พัฒนาขึ้นตามลำดับ ทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ เรียกตัว “กัน” ธนวัฒน์ ขึ้นมาซ้อมกับบรรดาแข้งรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ โดยเฉพาะการได้ซ้อมกับซูเปอร์สตาร์อย่าง เจมี่ วาร์ดี้ และ เจมส์ แมดดิสัน ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า รวมทั้งได้รับคำแนะนำมากมายจากกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ด้วย

กระทั่งโมเมนต์สำคัญของ“กัน” ธนวัฒน์ และวงการฟุตบอลไทยก็มาถึง เมื่อ “กัน” ธนวัฒน์ มีชื่อเป็นตัวสำรองของ สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2565 ซึ่งทีมจิ้งจอกสยามได้เปิดบ้านพบกับ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้  ถึงแม้ว่า “กัน” ธนวัฒน์ จะไม่ได้ถูกเปลี่ยนตัวส่งไปสัมผัสบอลในเกมแมตช์นี้ แต่ก็สามารถพูดได้ว่าเขาคือนักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แห่งเกาะอังกฤษ และอย่างน้อยการที่ “กัน” ธนวัฒน์ ได้มีชื่อเป็นตัวสำรองในทีมชุดใหญ่ก็เป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่า “กัน” ธนวัฒน์ ได้กลายเป็นหนึ่งในแข้งดาวรุ่งที่อยู่ในสายตาของผู้จัดการทีม และอาจจะมีโอกาสที่จะได้ลงสู้ศึกพรีเมียร์ลีกในอนาคตอย่างแน่นอน หากว่าสถานการณ์และจังหวะต่าง ๆ ลงตัว

ในขณะเดียวกัน การที่เรามีนักเตะสายเลือดไทยได้ไปฝังตัวอยู่ในเวทีลูกหนังในระดับโลกอย่างพรีเมียร์ลีก ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งดี เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมของวงการฟุตบอลของบ้านเรา ซึ่งจะทำให้เราได้ผู้เล่นที่มีมาตรฐานฝีเท้าสูง เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ได้อีกด้วย

สำหรับ “กัน” ธนวัฒน์ ถึงแม้ว่าเขาจะเคยลงสนามให้กับทีมชาติฝรั่งเศสในชุดเยาวชนมาก่อนแล้ว แต่ตามกฎของฟีฟ่า เขาก็ยังสามารถที่จะเปลี่ยนการเล่นทีมชาติได้ ตราบใดที่เขายังไม่เคยลงสนามแข่งขันให้กับทีมชาติชุดใหญ่ของประเทศนั้น ๆ ซึ่งในเวลาต่อมา “กัน” ธนวัฒน์ ก็ได้ถูกเรียกตัวเพื่อให้มารับใช้ทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ของโซนเอเชีย เมื่อเดือน มิถุนายน 2564

หลังจากนั้น “กัน” ธนวัฒน์ ได้มีชื่อติดอยู่ในทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ทั้ง ชุดยู-23 และชุดใหญ่ กระทั่งผลงานการแข่งขันล่าสุดของเขาก็คือเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติไทย ชุดคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งก็ได้ถือว่าเป็นเกียรติประวัติแรกของ “กัน” ธนวัฒน์ กับทัพ “ช้างศึก” และก็เชื่อว่าด้วยดีกรีฝีเท้าในระดับนี้ บวกกับอายุที่ยังน้อย ทำให้ชื่อของ “กัน” ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร จะกลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยต่อไปได้ในอนาคตอีกหลายปีแน่นอน